ทารกในครรภ์สะอึก อันตรายไหม แม่ท้องต้องทำอย่างไร ?

ทารกในครรภ์สะอึก อันตรายไหม แม่ท้องต้องทำอย่างไร

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่คุณแม่หลายคนตื่นเต้นและมีความสุขที่ได้สัมผัสกับพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์

หนึ่งในพัฒนาการที่คุณแม่มักจะสังเกตเห็นก็คือ การดิ้นของลูกน้อย ซึ่งบางครั้งคุณแม่อาจรู้สึกเหมือนลูกน้อยสะอึกในท้อง ทำให้เกิดคำถามว่า ทารกในครรภ์สะอึก อันตรายไหม แม่ท้องต้องทำอย่างไร ?

ทารกในครรภ์สะอึก เกิดจากอะไร ?

สาเหตุที่ทารกในครรภ์สะอึก ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่มีการศึกษาหลายชิ้นได้สร้างทฤษฎีอธิบายเรื่องการสะอึกของทารกในครรภ์ เช่น

  • การสะอึกของทารกในครรภ์อาจจะเกี่ยวข้องกับพัฒนาการในการเติบโตของปอด ทารกในครรภ์จะเริ่มหายใจเอาน้ำคร่ำเข้าไปในปอดตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 28 สัปดาห์ การสะอึกอาจเกิดจากการที่ทารกฝึกหายใจและฝึกระบบทางเดินหายใจ
  • เกิดจากปฏิกิริยาตอบสนองของทารกในครรภ์ การสะอึกอาจเกิดจากสิ่งเร้าต่างๆ เช่น เสียงดัง แสงจ้า หรือการเคลื่อนไหวของแม่
  • เกิดจากการที่ของเหลวไหลเข้าไปและออกจากปอดของทารกในครรภ์ ทำให้กล้ามเนื้อกระบังลมมีการหดตัวอย่างรวดเร็วจนทำให้ลูกสะอึกในท้องได้

ทารกในครรภ์สะอึก อันตรายไหม ?

โดยปกติแล้ว การสะอึกของทารกในครรภ์ ไม่เป็นอันตรายหรือเป็นผลเสียอะไร คุณแม่ไม่จำเป็นต้องกังวล แต่หากทารกสะอึกบ่อยและนาน อาจหมายถึงปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น

  • ภาวะน้ำคร่ำน้อย
  • ทารกหายใจลำบาก
  • ภาวะเลือดจาง

หากคุณแม่สังเกตเห็นว่าทารกสะอึกบ่อยและนาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

แม่ท้องต้องทำอย่างไรหากทารกในครรภ์สะอึก ?

หากคุณแม่สังเกตเห็นว่าทารกในครรภ์สะอึก สามารถทำได้ดังนี้

  • สังเกตอาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด หากทารกสะอึกนานเกินไป หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น หายใจลำบาก ตัวเย็น มือเท้าซีด ควรรีบไปพบแพทย์
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะน้ำจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำคร่ำในถุงน้ำคร่ำ ซึ่งจะช่วยให้ทารกหายใจสะดวกขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสเผ็ดหรือรสเปรี้ยว เพราะอาจทำให้ทารกสะอึกมากขึ้น
  • ผ่อนคลาย ลดความเครียด เพราะความเครียดอาจทำให้ทารกสะอึกมากขึ้น

สรุป

การสะอึกของทารกในครรภ์ ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย คุณแม่ไม่จำเป็นต้องกังวล หากทารกสะอึกบ่อยและนาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม